|
|
|
ภาษาจีน
จากพระราชกระแสในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
จึงทรงตัดสินพระทัยศึกษาภาษาจีนแทนภาษาเยอรมัน โดยทรงมีพระอาจารย์ภาษาจีนคนแรก คือ ศาสตราจารย์จังเยี่ยนชิว แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง
ท่านเชี่ยวชาญ ทั้งภาษาจีน และภาษาอังกฤษ อาจารย์จังเยี่ยนชิว เน้นการฝึกฝนการออกเสียง ก่อนสอนให้รู้จักตัวอักษรจีน
ดังนั้นเมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงศึกษาภาษาจีน ได้เกือบหนึ่งปี จึงได้เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นครั้งแรก ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๒๔
ทรงรู้ภาษาจีนพอสมควร เมื่อเสด็จฯ กลับมา ทรงศึกษาภาษาจีน กับพระอาจารย์คนใหม่ คือ จี้หนานเซิง ผู้ซึ่งถวายพระอักษรภาษาจีน โดยให้ทรงแปลบทกวีนิพนธ์จีน และถวายความรู้เรื่องจิตรกรรมจีน
พระอาจารย์คนที่สาม คือ อาจารย์ฟู่อู่อี้ ซึ่งได้ถวายการสอนการอ่านทำนองเสนาะบทกวีจีน ในช่วงระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๓ - ๒๕๔๗
ทรงมีพระอาจารย์สอนภาษาจีนรวม ๑๑ คน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชปรารภว่า ภาษาจีนนี่ยาก เพราะทรงศึกษาเมื่อพระชนมายุ ๒๖ พรรษาแล้ว
และมีพระราชภารกิจมากทำให้ทรงศึกษาไม่ต่อเนื่อง และยังทรงเรียนบ้างหยุดบ้าง ทรงศึกษาภาษาจีนเพียงสัปดาห์ละหนึ่งวัน คือ วันเสาร์ (เวลา ๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.)
เมื่อทรงศึกษาได้ไม่ต่อเนื่อง พระอาจารย์คนที่ห้า คือ หวังเยี่ย คิดวิธีเรียนทางไกล โดยถวายบทเรียนที่จะสอน เขียนคำศัพท์ การอ่านออกเสียง
พร้อมทำคำอธิบายประกอบ แล้วให้ทรงทำการบ้านส่งให้พระอาจารย์ตรวจ
ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๕ - ๒๕๓๒ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเรียน และโปรดกวีนิพนธ์จีนมาก
ทรงเล่าพระราชทาน ถึงวิธีเรียนบทกวี ไว้ในคำนำของหนังสือบทพระราชนิพนธ์แปล เรื่อง หยกใสร่ายคำ ว่า ทรงศึกษาสัปดาห์ละบทหรือ ๒ บท
พระอาจารย์จะเล่าประวัติกวี เหตุการณ์สมัยนั้น อธิบายสาระของบทกวี คำยาก ให้ทรงหัดอ่านและทรงแปล พระราชนิพนธ์แปลบทกวีจีน
หยกใสร่ายคำ ได้ถูกจัดพิมพ์เผยแพร่ในเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๑ หลังจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงพิจารณาตรวจชำระบทกวีจีน ๓๔ บทที่ทรงแปลไว้
เมื่อทรงพักการศึกษาร้อยกรองและการแปลบทกวีจีน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงศึกษาภาษาจีนเป็นร้อยแก้ว
และทรงแปลนวนิยายจีน ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือเรื่อง ผีเสื้อ ซึ่งทรงแปล จากนวนิยายเรื่อง หูเตี๋ย ของหวังเหมิง
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลง ของสังคมจีน ช่วง พ.ศ. ๒๔๙๒ - ๒๕๒๒ เรื่องหูเตี๋ยนี้
พระอาจารย์หวังเยี่ย สอนให้ทรงอ่าน และทรงแปล พระอาจารย์คนต่อมา คือ อาจารย์กู้หยาจ่ง ซึ่งมีความรู้ภาษาไทย ได้ตรวจสอบฉบับแปลภาษาไทยให้
เรื่องที่สอง คือ เมฆเหิน น้ำไหล ทรงแปลจากเรื่อง สิงอวิ๋นหลิวสุ่ย ของฟังฟัง นักเขียนสตรีรุ่นใหม่ในกลุ่มแนวหน้า
ซึ่งสะท้อนภาพสังคมจีน ที่เปลี่ยนแปลงไป ในทางวัตถุมากขึ้น หลังยุคการเปิดประเทศจีน และใช้นโยบายสี่ทันสมัย
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งกับผู้ใกล้ชิดว่า จะศึกษาประวัติศาสตร์ หรือค้นคว้า เรื่องของประเทศใดก็ตาม
ควรจะรู้ภาษาของชาตินั้นด้วย ดังนั้นเมื่อทรงรู้ภาษาจีน จึงเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนหลายครั้ง เพราะแต่ละครั้งที่เสด็จฯ ไป
ก็ทรงได้รับความรู้เพิ่มเติม จึงมีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จฯ ไปในที่ที่ไม่เคยไป เพราะสาธารณรัฐประชาชนจีนกว้างใหญ่ไพศาล แต่ละสถานที่แตกต่างกันทั้งภูมิศาสตร์
ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม
ด้วยพระปรีชาสามารถด้านภาษาจีน ความสนพระทัยในจีนคดีศึกษา พระราชนิพนธ์ต่างๆ เกี่ยวกับจีน พระราชนิพนธ์ที่แปลเป็นภาษาจีน
และความเป็นนักวิชาการใฝ่ศึกษาค้นคว้า กระทรวงศึกษาธิการจีน จึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลมิตรภาพภาษาและวัฒนธรรมจีน (The Chinese Language
and Cultural Friendship Award) เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๔๓ แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นพระองค์แรก
ขณะเดียวกันชาวจีนเรียกขานพระองค์ว่า ซือหลินทงกงจู่ (ซือแปลว่าบทกวี หลินแปลว่าหยกสวยงาม ทงแปลว่าปราดเปรื่อง กงจู่แปลว่าเจ้าหญิง)

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ในระหว่างวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ - ๑๕
มีนาคม ๒๕๔๔ ในการนี้ กระทรวงศึกษาธิการจีนรับภาระค่าใช้จ่าย ที่พัก ค่าเล่าเรียนและอาหารการกินในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง มหาวิทยาลัยจัดตารางสอนตามพระราชประสงค์
กล่าวคือ สอนภาษาจีนในเรื่องการอ่าน การเขียน การพูด การรำมวยจีนไทเก็ก การเขียนภาพจีน การเขียนตัวหนังสือ การสีซอเอ้อร์หู การเขียนพู่กันจีน
ซึ่งทำให้ทรงรู้จักรัตนะทั้ง ๔ ในห้องหนังสือ อันประกอบด้วยพู่กัน แท่นฝนหมึก แท่นหมึก และกระดาษ
ในเดือนสิงหาคม ๒๕๔๔ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน (ทิเบต ชิงไห่ หนิงเซี่ย)
ในการนี้ มูลนิธิวรรณกรรมแห่งชาติจีน และสมาคมนักเขียนแห่งประเทศจีน ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลวรรณกรรม เพื่อความเข้าใจ และมิตรภาพระหว่างประเทศ
ณ มหาศาลาประชาชนจีน กรุงปักกิ่ง ในวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๔ มูลนิธิวรรณกรรมแห่งชาติจีนจัดตั้งรางวัลดังกล่าว
เพื่อมอบให้บุคคล ที่มีบทบาทสำคัญ ในการส่งเสริม การแลกเปลี่ยน ทางด้านวัฒนธรรม ระหว่างจีนกับต่างประเทศ เผยแพร่วัฒนธรรมของประชาชาติจีน
ส่งเสริมความเข้าใจอันดี ของประชาคมโลกที่มีต่อจีน และกระชับความร่วมมือ และมิตรภาพระหว่างประเทศ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงเป็นมิตรชาวจีนคนที่สาม ที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลวรรณกรรมเพื่อความเข้าใจ และมิตรภาพระหว่างประเทศ
|
|