Template Template Template
Template Template Biography Banner
Template Template
Template English version
Template Home
Template Biography
Template Royal Duties
Template Speeches
Template Writings
Template Personal Affairs Division
Template Newsletter
Template Charity Fund
Template Royal Initiatives
Template Contact Us
Template Site Map
Template Related Websites
Template Template

พระราชประวัติ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ด้านการศึกษา

ความใฝ่พระราชหฤทัยในการเรียนรู้ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีมาแต่ยังทรงพระเยาว์ เด็กทั่ว ๆ ไปมีบิดามารดาเป็นครูคนแรก พระองค์ท่านก็เช่นเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเปรียบเสมือนครูพระองค์แรกของพระองค์ ทรงซึมซับพระนิสัยใฝ่รู้ใฝ่ศึกษาจากพระราชบิดาและพระราชมารดา เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงพัฒนาที่ใด จะทรงศึกษาลักษณะพื้นที่และสภาพแวดล้อมของที่นั้น ๆ ก่อนเสมอ ทรงปลูกฝังเรื่องความรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทรงสอนให้รู้จักวิธีการคิดอย่างเป็นระบบ ทรงสอนให้พระราชโอรสและพระราชธิดารู้จักสังเกตสภาพแวดล้อม สภาพภูมิประเทศ รู้จักการคำนวณเวลาจากระยะทางและความเร็ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีจึงทรงได้รับการปลูกฝังพระนิสัยช่างสังเกตให้รู้จักสนพระทัยใฝ่เรียนรู้จากสิ่งรอบด้านที่ได้พบเห็น ไม่เพียงความรู้จากในตำรา

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถทรงปลูกฝังให้พระราชโอรสพระราชธิดาทรงรักการอ่านหนังสือตั้งแต่พระชนม์เพียง ๖-๗ พรรษา หรือกล่าวได้ว่าตั้งแต่ทรงเริ่มอ่านหนังสือออก ทรงใช้วิธีหัดให้ทรงอ่านหนังสือวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น พระอภัยมณี อิเหนา รามเกียรติ์ เป็นต้น จนทรงท่องจำกลอนได้หลายบท นอกจากนี้ ยังทรงซื้อหนังสืออื่น ๆ มาทรงอ่าน แล้วทรงเล่าพระราชทานพระราชโอรสพระราชธิดา เป็นต้นว่า หนังสือนิทานสำหรับเด็ก ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติบุคคลสำคัญ พุทธศาสนา เรื่องเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมทั้งของไทยและต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ ทรงสอนให้ทรงจดและทรงท่องคำศัพท์ และทรงจัดหาครูผู้ทรงคุณวุฒิมาถวายพระอักษรวิชาต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพื้นความรู้ทางวิชาการด้านอักษรศาสตร์ดีมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อทรงเจริญพระชันษา นอกจากจะทรงศึกษาในชั้นเรียนปกติแล้ว ยังทรงปรึกษาขอคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิอยู่เสมอ และทรงศึกษาค้นคว้าด้วยพระองค์เองด้วย เช่น เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยือนสถานที่ต่าง ๆ ก็จะทรงศึกษาประวัติความเป็นมา ชีวิตความเป็นอยู่ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ธรรมชาติและสภาพแวดล้อมของสถานที่เหล่านั้น

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเริ่มการศึกษาระดับอนุบาลที่โรงเรียนจิตรลดา ในบริเวณสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๐๑ ขณะมีพระชนมายุ ๓ พรรษา ทรงมีพระสหายร่วมชั้นเรียน ๒๐ คน เป็นโอรสธิดาของพระบรมวงศานุวงศ์ และบุตรหลานข้าราชการ ตลอดจนมหาดเล็ก ผู้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้มาร่วมเรียนด้วยโดยปราศจากชั้นวรรณะ วิชาที่ทรงเรียนในชั้นอนุบาลนี้ คือ วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เลขคณิต และขับร้อง พระอาจารย์ที่ถวายพระอักษรขณะนั้น คือ อาจารย์ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ อาจารย์ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ และอาจารย์ท่านผู้หญิงสุนามัน ประนิช สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดโรงเรียน พระอาจารย์ และพระสหาย เป็นอันดี

เมื่อจะทรงสำเร็จประโยคประถมศึกษาตอนปลาย ทรงเข้าสอบในสนามสอบรวมใช้ข้อสอบของกระทรวงศึกษาธิการร่วมกับนักเรียนทั่วประเทศ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสอบได้ที่หนึ่ง ได้คะแนนรวมร้อยละ ๙๖.๖๐ เป็นคะแนนสูงสุดสำหรับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่เจ็ด จึงทรงได้รับพระราชทานรางวัลเรียนดีจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานแสดงศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ ๓๑ ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๑

ตลอดระยะเวลาที่ทรงศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระปรีชาสามารถไม่เพียงแต่ด้านวิชาการ ทั้งวิชาภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หากยังทรงพระปรีชาสามารถทางด้านกีฬาและศิลปะด้วย เช่น รำไทย ดนตรีไทยและวาดเขียน โปรดการทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับพระสหายอย่างสม่ำเสมอ ทรงดำรงตำแหน่งกรรมการนักเรียน ทรงเป็นประธานห้องสมุด ปฏิคม และประธานนักเรียนหญิงในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕

พระราชจริยวัตรประการหนึ่งซึ่งเป็นที่ทราบกันดี ก็คือ โปรดการอ่านและการประพันธ์ ทั้งด้านร้อยแก้วและร้อยกรอง ทรงเริ่มหัดแต่งโคลง กลอน ตั้งแต่ทรงศึกษาอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ และเริ่มมีพระราชนิพนธ์พิมพ์เผยแพร่เมื่อมีพระชนมายุเพียง ๑๒ พรรษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๗) บทพระราชนิพนธ์ต่าง ๆ ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือหลายเล่ม เช่น พุทธศาสนสุภาษิตคำโคลง อยุธยา เจ้าครอกวัดโพธิ์ ศาสนาเกิดขึ้นได้อย่างไร และ กษัตริยานุสรณ์ เรื่องนี้ทรงพระราชนิพนธ์เพื่อทูลเกล้า ฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช ๒๕๑๖ ขณะนั้นทรงมีพระชนมายุเพียง ๑๘ ปี

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดาจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ทรงสอบไล่ได้เป็นที่หนึ่งของประเทศ แผนกศิลปะ ประจำปีการศึกษา ๒๕๑๕ ได้คะแนนรวมร้อยละ ๘๙.๓๐ หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว ได้ทรงสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ทรงเลือกคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอันดับ ๑ ผลการสอบปรากฏว่าทรงสอบเข้าได้เป็นลำดับที่ ๔ ของคณะ จึงทรงเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์แรกที่ทรงศึกษา ณ มหาวิทยาลัยในประเทศ ทรงเลือกเรียนวิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาเอก วิชาภาษาไทยและวิชาภาษาบาลี - สันสกฤตเป็นวิชาโท ในภาคการศึกษาแรกนั้นเอง ก็ทรงสอบได้เป็นที่ ๑ ของนิสิตชั้นปีที่ ๑ คณะอักษรศาสตร์ ได้คะแนนเฉลี่ย ๓.๙๔

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระวิริยะอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถในการเรียน แม้ว่าทรงมีเวลาเรียนน้อยกว่านิสิตอื่น ๆ ด้วยเหตุผลว่า
"…ระหว่างที่เรียนตั้งแต่ปีหนึ่ง ข้าพเจ้าต้องตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถในการเสด็จพระราชดำเนิน แปรพระราชฐานไปต่างจังหวัด ไม่สามารถอยู่เรียนได้ครบถ้วน ข้าพเจ้าต้องทำหนังสือราชการขอมหาวิทยาลัยไม่ให้นับเวลาเรียน ซึ่งเขาก็ไม่นับ ถ้าเขานับข้าพเจ้าก็ต้องออกไปเรียนมหาวิทยาลัยเปิด วิธีการเรียนของข้าพเจ้าคือส่งคนมาอัดเทปไปฟังเวลาอยู่ต่างจังหวัด ข้าพเจ้าส่งการบ้าน รายงาน และเข้าสอบเหมือนนิสิตอื่น ข้าพเจ้าเรียกอาจารย์ที่พูดในเทปทั้งหลายว่า เทปาจารย์ อันเป็นคำสมาสของคำว่าเทปกับอาจารย์ การเรียนด้วยเทปาจารย์นั้นไม่สนุกเหมือนเรียนกับอาจารย์จริง ๆ ถามก็ไม่ได้ ไม่เห็นภาพ ไม่เห็นกระดาน…"

แต่ก็ทรงสามารถสอบได้เป็นที่ ๑ ของคณะอักษรศาสตร์มาโดยตลอด ทรงได้รับรางวัลคะแนนยอดเยี่ยมในวิชาต่าง ๆ อยู่เสมอ อาทิ รางวัลคะแนนยอดเยี่ยมวิชาภาษาฝรั่งเศส และวิชาภาษาไทย นอกจากพระราชภารกิจในฐานะสมเด็จพระเจ้าลูกเธอแล้ว ยังต้องทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระองค์เองในฐานะสมเด็จเจ้าฟ้า ตลอดจนทรงรับผิดชอบพระราชกรณียกิจต่าง ๆ แทนพระองค์ตามที่ทรงได้รับมอบหมาย ทรงสามารถปฏิบัติได้อย่างดี จนเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยให้เสด็จ ฯ แทนพระองค์ไปทรงร่วมงานพระราชพิธีในต่างประเทศ โดยการเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงร่วมพิธีพระบรมศพพระเจ้ากุสตาฟที่ ๖ อดอล์ฟ ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๕ กันยายน ๒๕๑๖ ขณะมีพระชนมายุเพียง ๑๘ พรรษา

ระหว่างที่ทรงศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย ได้ทรงเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของคณะอักษรศาสตร์ และของมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกับนิสิตอื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น เมื่อทรงศึกษาอยู่ชั้นปีที่ ๑ ก็ทรงเข้าร่วมซ้อมร้องเพลงเชียร์เช่นเดียวกับนิสิตน้องใหม่อื่น ๆ ซึ่งการซ้อมร้องเพลงเชียร์นี้มักจะเริ่มขึ้นในเวลาเที่ยงตรง อันเป็นเวลารับประทานอาหารกลางวัน ดังนั้นนิสิตน้องใหม่ที่จะเข้าร้องเพลงเชียร์จะต้องรีบกระวีกระวาดรับประทานอาหารกลางวันเสียตั้งแต่ในช่วงเวลา ๑๐.๕๐ น. - ๑๑.๑๐ น. ซึ่งเป็นเวลาหยุดให้นิสิตได้พักผ่อนหรือดื่มน้ำ หากอาจารย์ผู้สอน สอนเกินเวลา เวลารับประทานอาหารของนิสิตน้องใหม่ในช่วงนี้ก็จะสั้นลงไปอีก แต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ทรงสามารถเสวยพระกระยาหารกลางวันในช่วงเวลาสั้นเพียงสิบกว่านาที แล้วทรงเข้าร่วมร้องเพลงเชียร์ในฐานะนิสิตน้องใหม่ได้เสมอ

กิจกรรมอื่น ๆ ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเข้าร่วม คือ ทรงสมัครเป็นสมาชิกชมรมดนตรีไทย และชมรมวรรณศิลป์ ของสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประชาชนทั่วไปมักจะได้เห็นภาพที่ทรงดนตรีไทยในโอกาสต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยอยู่เนือง ๆ โดยโปรดทรงซอด้วงเป็นพิเศษ แม้ว่าจะทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิดก็ตาม ส่วนทางด้านกิจกรรมของชมรมวรรณศิลป์นั้น เคยทรงร่วมกับพระสหายอีกกลุ่มหนึ่งเป็นผู้แทนของคณะอักษรศาสตร์ แข่งขันกลอนสดระหว่างคณะในมหาวิทยาลัย ได้รับรางวัลชนะเลิศมาแล้ว ก่อนการแข่งขันนั้นต้องทรงสละเวลาในชั่วโมงที่ว่างเรียนมาทรงซ้อมกลอน และทรงแสดงความเป็นปฏิภาณกวีให้บรรดาพระสหายเห็นเป็นที่ประจักษ์ในการซ้อมอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากที่ทรงสนพระทัยในวรรณกรรมต่าง ๆ มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

นอกจากกิจกรรมของทางสโมสรนิสิตจุฬา ฯ แล้วยังทรงเป็นสมาชิกชมรมภาษาไทย ชมรมภาษาตะวันออก และชมรมประวัติศาสตร์ในคณะอักษรศาสตร์ ทั้งยังทรงเป็นกองบรรณาธิการวารสาร "อักษรศาสตร์พิจารณ์" ของชุมนุมวิชาการคณะอักษรศาสตร์อีกด้วย ในบางครั้งก็พระราชทานบทพระราชนิพนธ์หลายเรื่องลงพิมพ์ในวารสารดังกล่าว เช่นเรื่อง "การเดินทางไปร่วมพิธีพระบรมศพพระเจ้ากุสตาฟที่ ๖ อดอล์ฟ แห่งประเทศสวีเดน" และร้อยกรองต่าง ๆ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระองค์ตามระเบียบประเพณีของทางมหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด ทรงเข้าร่วมพิธีต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัย และคณะอักษรศาสตร์จัดขึ้น เช่น พิธีรับน้องใหม่ พิธีไหว้ครู และพิธีปฏิญาณตนเป็นนิสิตใหม่คณะอักษรศาสตร์ เป็นต้น ในพิธีรับน้องใหม่นั้น เนื่องจากทรงเป็นน้องใหม่ที่พี่ ๆ รู้สึกตื่นเต้นสนใจเป็นพิเศษ จึงทรงถูก "รับ" จนเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง พระเสโทหลั่งไหลตลอดเวลา แม้กระนั้นก็แย้มพระสรวลเสมอ ไม่เคยทรงแสดงว่าเบื่อหน่ายหรือรำคาญใคร ๆ เลย นอกจากนี้ ในคราวที่คณะอักษรศาสตร์จัดงานพัฒนาคณะ นิสิตมาช่วยกันเก็บเศษกระดาษ ทำความสะอาด ตลอดจนปลูกต้นไม้ประดับคณะเพิ่มเติม ก็ทรงเข้าร่วมอย่างขยันขันแข็ง ทรงจับจอบฟันดินด้วยพระองค์เอง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้รับฉายาว่าเป็น "หนอนหนังสือ" นอกจากจะสนพระทัยในการอ่านหนังสืออย่างจริงจังแล้ว ยังทรงเป็นนักสะสมหนังสือด้วย หนังสือที่มีคุณค่าบางเล่ม ซึ่งไม่ทรงมีแต่พระสหายมี ก็จะทรงยืมหนังสือเหล่านั้นจากพระสหายไปอ่าน เพื่อมิให้พลาดหนังสือเล่มนั้นไป การอ่านหนังสือเป็นจำนวนมากทำให้ทรงรอบรู้วิชาการต่าง ๆ เช่น ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ภาษาไทย และภาษาตะวันออกเป็นอย่างดี

สิ่งสนับสนุนการศึกษาประการหนึ่ง ก็คือพระพลานามัยอันสมบูรณ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดกีฬา และการออกกำลังกายต่าง ๆ ระหว่างที่ทรงศึกษาอยู่นั้น หากมีการแข่งขันกีฬาก็จะทรงเข้าร่วมด้วยอย่างเต็มพระทัย เคยทรงร่วมการแข่งขันฟุตบอลในคณะอักษรศาสตร์ และทรงร่วมทีมนิสิตน้องใหม่ชักเย่อกับทีมอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ เป็นต้น ทั้งหมดนี้ทรงปฏิบัติด้วยความร่าเริงแจ่มใส เป็นที่ประทับใจแก่บรรดาพระสหายรุ่นพี่และรุ่นน้องอย่างยิ่ง

ในพุทธศักราช ๒๕๒๐ (ปีการศึกษา ๒๕๑๙) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสำเร็จการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงได้รับพระราชทานปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และทรงได้รับพระราชทานรางวัลเหรียญทอง โดยทรงสอบได้คะแนนสูงสุดในสาขาวิชาประวัติศาสตร์ และยังทรงสอบได้เป็นที่ ๑ ของชั้นด้วย

หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว ในปีเดียวกันนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยศิลปากรพร้อมกันสองแห่ง ทรงสำเร็จการศึกษาได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาจารึกภาษาตะวันออก) ของมหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๒๒ และปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาบาลี - สันสกฤต) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๒๔ จากนั้นได้ทรงสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอก สาขาวิชาพัฒนศึกษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๒๔ ทรงสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนยอดเยี่ยมอันดับหนึ่ง ได้รับพระราชทานปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต ในเดือนตุลาคม ๒๕๒๙ ทรงเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

นอกเหนือจากความรู้ที่ทรงได้รับจากหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษาของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว ยังทรงใฝ่พระราชหฤทัยศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับวิทยาการแขนงอื่น ๆ เพิ่มเติมอยู่เสมอ เพื่อทรงนำไปใช้ประกอบพระราชวิจารณญาณในการช่วยเหลือราษฎรตามรอยพระยุคลบาท และเพื่อทรงแบ่งเบาพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงศึกษาเพิ่มพูนความรู้ทั้งด้านทรัพยากร การชลประทาน และเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยทรงเข้าร่วมการอบรมฝึกภาคสนาม การประชุม สัมมนา และการศึกษาดูงานทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก เช่น ด้านการสำรวจและแผนที่ การฝึกปฏิบัติด้านคอมพิวเตอร์ ด้านภาพถ่ายจากดาวเทียม โภชนาการ ภาษาและวัฒนธรรมต่างประเทศ ได้ทรงใช้วิชาการเหล่านี้ในเชิงบูรณาการให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติตลอดมา

พระราชประวัติการศึกษา

ระดับ/ชั้น/คณะ สถาบันการศึกษา วันเดือนปี/ปีการศึกษา หมายเหตุ
ระดับอนุบาล
อนุบาล ๑-๒
โรงเรียนจิตรลดา ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ (วันเริ่มต้นการศึกษา)
ระดับประถมศึกษา
ประถมศึกษาปีที่ ๑-๗
โรงเรียนจิตรลดา ปีการศึกษา ๒๕๐๓ - ๒๕๐๙ ทรงสอบวัดผลระดับประโยคประถมศึกษาตอนปลาย (ข้อสอบของกระทรวงศึกษาธิการ) ได้ลำดับที่ ๑ ของประเทศ คะแนนรวมร้อยละ ๙๖.๖๐
ระดับมัธยมศึกษา
มัธยมศึกษาตอนต้น
- ตอนปลาย
(ม.ศ. ๑-๕)
โรงเรียนจิตรลดา ปีการศึกษา ๒๕๑๐ - ๒๕๑๕ ทรงสอบวัดผลระดับประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย แผนกศิลปะ (ข้อสอบของกระทรวงศึกษาธิการ) ได้ลำดับที่ ๑ ของประเทศ คะแนนรวมร้อยละ ๘๙.๓๐
ระดับอุดมศึกษา
คณะอักษรศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา ๒๕๑๖ - ๒๕๑๙ ทรงสำเร็จการศึกษาได้รับพระราชทานปริญญา อักษรศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ (เกียรตินิยม อันดับหนึ่ง) เหรียญทอง คะแนนเฉลี่ย ๓.๙๘ (จากคะแนนเต็ม ๔) เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๐
ระดับบัณฑิตศึกษา
บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีการศึกษา ๒๕๒๐ - ๒๕๒๒ ทรงสำเร็จการศึกษาได้รับพระราชทานปริญญา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจารึกภาษาตะวันออก เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ ๒๕๒๒ หัวข้อวิทยานิพนธ์ "จารึกพบที่ปราสาทพนมรุ้ง"
บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา ๒๕๒๐ - ๒๕๒๓ ทรงสำเร็จการศึกษาได้รับพระราชทานปริญญา อักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบาลี - สันสกฤต เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ ๒๕๒๔ หัวข้อวิทยานิพนธ์ "ทศบารมีในพุทธศาสนาเถรวาท"
ระดับดุษฎีบัณฑิต
บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปีการศึกษา ๒๕๒๔ - ๒๕๒๘ ทรงสำเร็จการศึกษาได้รับพระราชทานปริญญา การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนศึกษาศาสตร์ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ ๒๕๒๙ หัวข้อวิทยานิพนธ์ "การพัฒนานวัตกรรมเสริมทักษะการเรียนการสอนภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย"

Template Template
กองงานในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา ถนนราชวิถี เขตดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๓
โทรศัพท์ ๐๒-๒๘๐-๑๖๔๐-๑ โทรสาร ๐๒-๒๘๐-๑๖๓๙
Send e-mail to Webmaster

Template Template Template