Template Template Template
Template Template Speeches Banner
Template Template
Template English version
Template Home
Template Biography
Template Royal Duties
Template Speeches
Template Writings
Template Personal Affairs Division
Template Newsletter
Template Charity Fund
Template Royal Initiatives
Template Contact Us
Template Site Map
Template Related Websites
Template Template
พระราชกิจประจำวัน | พระราชกรณียกิจที่ทรงสืบสานฯ | พระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ

พระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศ

title

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศครั้งแรกเมื่อมีพระชนมายุเพียง ๕ พรรษา ในการโดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จ ฯ เยือนสหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรปอีก ๑๓ ประเทศ อย่างเป็นทางการ รวมเวลาประมาณ ๗ เดือนเศษ (๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๓ - ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๔) และเมื่อมีพระชนมายุ ๑๑ พรรษา ได้ตามเสด็จต่างประเทศอีกครั้ง ในการเสด็จ ฯ เยือนสหราชอาณาจักร เป็นการส่วนพระองค์ (๗ กรกฎาคม - ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๙)

เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เจริญพระชันษาขึ้นและทรงเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยแล้ว ทรงได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เสด็จ ฯ เยือนรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เพื่อทอดพระเนตรศูนย์ศิลปหัตถกรรมพื้นเมืองและโรงงานผ้าบาติก (๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๖) และในปีเดียวกัน ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เสด็จ ฯ แทนพระองค์ไปทรงร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระเจ้ากุสตาฟที่ ๖ อดอล์ฟ ณ กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน (๒๓ - ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๖) ในโอกาสนี้ ได้เสด็จ ฯ เยือนกรุงบรัสเซลส์และกรุงลอนดอนด้วย

การเสด็จ ฯ เยือนต่างประเทศของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นอกจากจะเป็นการทรงงานเพื่อเสริมสร้างสัมพันธไมตรีและความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศแล้ว ยังเป็นโอกาสที่จะได้ทอดพระเนตรกิจการด้านต่าง ๆ ชีวิตความเป็นอยู่ สังคม วัฒนธรรม ความก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยีในแต่ละประเทศ ได้ทรงพบปะบุคคลสำคัญ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำประเทศ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขาวิชา และนำความรู้จากประสบการณ์เหล่านั้นมาปรับใช้ในการทรงงานในประเทศไทยต่อไป ดังที่ได้ทรงปรารภไว้ในหนังสือ "ย่ำแดนมังกร" ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นจากบันทึกการเสด็จ ฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรก ความตอนหนึ่งว่า

"... ข้าพเจ้าถือว่าการที่ได้ท่องเที่ยวไปในโลกกว้างทั้งในประเทศและนอกประเทศ เป็นการที่เราจะได้โอกาสศึกษาความเป็นไปของธรรมชาติและสังคม แม้ว่าชั่วชีวิตของคนจะน้อยนัก เมื่อเทียบกับชีวิตของธรรมชาติ ภูเขา ทะเล และแม่น้ำ แต่เราอาจจะใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าในการเรียนรู้ชีวิต เพื่อรับใช้สังคมและประเทศชาติที่เราอาศัยอยู่ การที่ได้ไปที่อื่นนอกจากบ้านเกิดเมืองนอนก็ดีไปอย่างหนึ่ง คือ ได้เห็นว่าคนอื่นเขาทำอย่างไรกับชาติของเขา ยิ่งได้เป็นแขกของรัฐบาลอย่างนี้ยิ่งดีใหญ่ เพราะเขาย่อมจะพยายามเลือกสรรให้เราดูสิ่งที่เขาคิดว่าดีที่สุด ซึ่งเราจะได้โอกาสทราบทัศนคติ และค่านิยมในสังคมปัจจุบันของประเทศนั้น ๆ ส่วนดีบางส่วนของเขาอาจจะพอเข้ากับพื้นฐานของเรา และเป็นสิ่งที่เรายังนึกไม่ถึงเราก็จะได้ทำเป็นการรับเอาวัฒนธรรมต่างชาติมากลั่นกรอง ดีกว่านั่งอยู่บ้าน แล้วดูดซึมเอาของดีบ้างไม่ดีบ้างของเขามาโดยไม่รู้ตัว...."

การเสด็จ ฯ เยือนต่างประเทศในแต่ละครั้ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงเลือกระยะเวลาที่ทรงว่างจากพระราชภารกิจภายในประเทศ และจะเตรียมพระองค์ล่วงหน้าก่อนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศ และสถานที่ต่าง ๆ ที่จะเสด็จ ฯ ไปทอดพระเนตร ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประเพณีวัฒนธรรม บุคคลที่ต้องทรงพบ ความเป็นอยู่ของประชาชน ตลอดทั้งความรู้เกี่ยวกับสถานที่ และสิ่งที่มีพระราชประสงค์จะทอดพระเนตร ทั้งหมดนี้สถานเอกอัครราชทูตไทยในแต่ละประเทศ จะจัดเตรียมข้อมูล เอกสาร หนังสือ และสื่ออื่น ๆ ที่จะสามารถจัดถวายได้ ส่งเข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวายก่อนเป็นการล่วงหน้า สำนักราชเลขาธิการจะจัดทำเอกสารสังเขปประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศนั้น ๆ นำขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวายเพื่อทรงศึกษาเป็นเบื้องต้นด้วย

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สามารถจำแนกออกได้เป็นหลายลักษณะ ดังนี้

๑. เสด็จ ฯ แทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เสด็จ ฯ แทนพระองค์ไปทรงร่วมงานพระราชพิธีและงานพิธีในต่างประเทศหลายครั้ง อาทิ

พ.ศ. ๒๕๑๖ สวีเดน พ.ศ. ๒๕๔๔ สหรัฐอเมริกา

  • ครั้งแรกเมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๖ ขณะมีพระชนมายุ ๑๘ พรรษา เสด็จ ฯ แทนพระองค์ไปทรงร่วมงานพระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระเจ้ากุสตาฟที่ ๖ อดอล์ฟ ณ กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน
  • พุทธศักราช ๒๕๒๓ เสด็จ ฯ แทนพระองค์ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ไปทรงร่วมงานพระราชพิธีสถาปนาเจ้าฟ้าหญิงเบียทริกซ์ขึ้นครองราชย์ เป็นสมเด็จพระราชินีแห่งเนเธอร์แลนด์ ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์
  • พุทธศักราช ๒๕๒๔ เสด็จ ฯ แทนพระองค์ไปทรงร่วมงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสเจ้าชายแห่งเวลส์ กับเลดี้ไดอานา สเปนเซอร์ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
  • พุทธศักราช ๒๕๓๖ เสด็จ ฯ แทนพระองค์ไปทรงร่วมงานพิธีศพเคานต์แห่งบาร์เซโลนา พระบิดาสมเด็จพระราชาธิบดี ฮวน คาร์ลอสแห่งสเปน และโดยเสด็จ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไปทรงร่วมพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวงแห่งเบลเยียม
  • พุทธศักราช ๒๕๔๓ เสด็จ ฯ แทนพระองค์ไปทรงร่วมในพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระจักรพรรดินีนางาโก ณ ประเทศญี่ปุ่น
  • พุทธศักราช ๒๕๔๔ เสด็จ ฯ แทนพระองค์ไปทรงวางศิลาฤกษ์มหาเจดีย์ ณ วัดกุสินาราเฉลิมราชย์ รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย และเสด็จ ฯ แทนพระองค์ ไปทรงรับการทูลเกล้า ฯ ถวายรางวัล Franklin Delano Roosevelt International Disability Award ประจำปี ๒๕๔๔ ณ องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
  • พุทธศักราช ๒๕๔๗ เสด็จ ฯ แทนพระองค์ ไปทรงร่วมในพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระชนนีจูเลียน่าแห่งเนเธอร์แลนด์

๒. เสด็จ ฯ ไปทรงร่วมการประชุม อาทิ

พ.ศ. ๒๕๒๖ มาเลเซีย พ.ศ. ๒๕๓๑ อิตาลี

  • พุทธศักราช ๒๕๒๖ เสด็จ ฯ ไปทรงร่วมการประชุมผู้นำสภากาชาด สภาเสี้ยววงเดือนแดง กลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ ๕ ที่ประเทศมาเลเซีย ในฐานะอุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย และหัวหน้าคณะผู้นำสภากาชาดไทย
  • พุทธศักราช ๒๕๓๑ เสด็จ ฯ ไปทรงร่วมการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกหนังสือ สำหรับเยาวชนระหว่างชาติ และทรงเป็นกรรมการตัดสินหนังสือดีเด่น สำหรับเยาวชนทั่วโลก ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ International Board on Books for Young People (IBBY) ณ เมืองโบโลญญา สาธารณรัฐอิตาลี
  • พุทธศักราช ๒๕๔๕ เสด็จ ฯ ไปทรงร่วมการสัมมนาทางวิชาการ ระหว่างประเทศ ว่าด้วยการให้การศึกษา หลังประถมศึกษา แก่ผู้ลี้ภัย ครั้งที่ ๑ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

๓. เสด็จ ฯ ไปทรงรับรางวัลเกียรติยศ หรือตำแหน่งเกียรติยศ อาทิ

พ.ศ. ๒๕๓๔ ฟิลิปปินส์ พ.ศ. ๒๕๔๘ อินเดีย

  • พุทธศักราช ๒๕๓๔ เสด็จ ฯ ไปทรงรับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการชุมชน จากมูลนิธิรามอน แมกไซไซ ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
  • พุทธศักราช ๒๕๔๗ เสด็จ ฯ ไปทรงรับตำแหน่งทูตพิเศษของโครงการอาหารโลกแห่งองค์การสหประชาชาติ ณ กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ในโอกาสนี้ ได้ทรงกล่าวเปิดการประชุม คณะกรรมการบริหารโครงการอาหารโลก ครั้งที่ ๓ ด้วย
  • พุทธศักราช ๒๕๔๘ เสด็จ ฯ ไปทรงรับรางวัลอินทิรา คานธี เพื่อสันติภาพ การลดอาวุธและการพัฒนา ประจำปี ๒๕๔๗ ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย เป็นต้น

๔. เสด็จ ฯ ในฐานะพระราชอาคันตุกะหรืออาคันตุกะของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ เป็นการเสด็จ ฯ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประมุขของประเทศ หรือผู้นำรัฐบาล เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ ซึ่งในโอกาสดังกล่าว รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของประเทศนั้น ๆ จะทูลเกล้า ฯ ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาต่าง ๆ อาทิ

พ.ศ. ๒๕๓๐ อินเดีย พ.ศ. ๒๕๔๗ ออสเตรีย

  • พุทธศักราช ๒๕๓๔ เสด็จ ฯ เยือนสาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลทั้ง ๓ ประเทศ โอกาสนี้ ทรงรับการทูลเกล้า ฯ ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Red Flag Order Class I อันเป็นชั้นสูงสุด และปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมศาสตร์และรัฐศาสตร์จากรัฐบาลเกาหลี
  • พุทธศักราช ๒๕๓๐ ทรงรับการทูลเกล้า ฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวรรณคดี จากรัฐบาลอินเดีย
  • พุทธศักราช ๒๕๔๗ ทรงรับการทูลเกล้า ฯ ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Grosse Goldene Ehrenzeichen Am Bande จากรัฐบาลออสเตรีย

๕. เสด็จ ฯ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของสถาบันราชการ หรือสถาบันเอกชน อาทิ

พ.ศ. ๒๕๓๔ บรูไน พ.ศ. ๒๕๓๔ บรูไน

  • พุทธศักราช ๒๕๓๒ เสด็จ ฯ เยือนราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของสถาบันไอทีซี (International Institute for Aerospace Survey and Earth Sciences - ITC) และเป็นพระราชอาคันตุกะส่วนพระองค์ของสมเด็จพระราชินีนาถแห่งเนเธอร์แลนด์ด้วย
  • พุทธศักราช ๒๕๓๒ เสด็จ ฯ เยือนราชอาณาจักรนอร์เวย์ เพื่อทรงเปิดพิพิธภัณฑ์เมืองนอร์ดแคปป์ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของสโมสรโรตารี กรุงเทพมหานคร โดยได้รับความร่วมมือจากสโมสรโรตารีนอร์เวย์ และในคราวเดียวกันทรงได้รับเชิญจากพระเจ้าโอลาฟที่ ๕ แห่งนอร์เวย์ ให้เข้าเฝ้าฯ และรับพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารกลางวันด้วย
  • พุทธศักราช ๒๕๓๔ เสด็จ ฯ เยือนเนการาบรูไนดารุสซาลาม ตามคำกราบบังคมทูลเชิญจากราชสมาคมภูมิศาสตร์ของอังกฤษ ร่วมกับโครงการป่าเมืองร้อนแห่งบรูไน (Brunei Rain Forest Project ๑๙๙๑ - ๙๒) เพื่อทอดพระเนตรโครงการอนุรักษ์ป่าเขตร้อนของบรูไน และทรงได้รับเชิญให้เป็นแขกของรัฐบาลในคราวเดียวกัน

๖. เสด็จ ฯ ในฐานะพระราชอาคันตุกะส่วนพระองค์ของประมุขของประเทศ อาทิ การเสด็จ ฯ ไปเฝ้า ฯ สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งเบลเยียม ตามคำเชิญ หรือตามที่มีพระราชประสงค์จะเสด็จ ฯ ไปเฝ้า ฯ ในโอกาสต่าง ๆ ระหว่างที่เสด็จ ฯ เยือนประเทศอื่นๆ ในยุโรป หรือ การเสด็จ ฯ เยือนราชอาณาจักรกัมพูชาโดยเป็นราชอาคันตุกะของสมเด็จพระเจ้านโรดมสีหนุ

พ.ศ. ๒๕๓๗ เบลเยียม

๗. เสด็จฯ โดยพระราชประสงค์ส่วนพระองค์ อาทิ

พ.ศ. ๒๕๔๔ จีน พ.ศ. ๒๕๔๕ เยอรมนี
  • พุทธศักราช ๒๕๔๔ เสด็จ ฯ ไปทรงศึกษาภาษาจีน ณ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
  • พุทธศักราช ๒๕๔๕ เสด็จ ฯ ไปทรงศึกษาภาษาเยอรมัน ณ สถาบันเกอเธ่ เมืองเกิตติงเงน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศนั้น กำหนดการเสด็จ ฯ ที่สนพระราชหฤทัย และขาดไม่ได้ คือ การเสด็จ ฯ ไปทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โบราณคดี ศิลปะและวัฒนธรรม รวมทั้งสถาบันการศึกษาและวิจัยงานด้านต่าง ๆ ที่แต่ละประเทศเชี่ยวชาญอยู่

พ.ศ. ๒๕๔๗ ออสเตรีย พ.ศ. ๒๕๔๗ อิหร่าน

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้รับความรู้และประสบการณ์ด้านต่าง ๆ เป็นอันมาก จากการเสด็จ ฯ เยือนประเทศต่าง ๆ ติดต่อกันมาเป็นระยะเวลานาน มีพระราชปณิธานที่จะนำความรู้และประสบการณ์มาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศและปวงชนชาวไทย นอกเหนือไปจากที่เป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างพระราชวงศ์และระหว่างประเทศ ในการเสด็จ ฯ เยือนสถานที่ต่างๆ นอกจากจะทรงซักถามจนเข้าพระทัยถ่องแท้แล้ว ยังโปรดการจดบันทึกความรู้ไว้ด้วย ภาพที่ทรงถือสมุดจดบันทึกไว้ในพระหัตถ์อยู่เสมอ นับว่าเป็นภาพที่ชินตาของบุคคลทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ จนทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาจากหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสว่า “Le Princesse Stagiaire” หรือ “เจ้าฟ้านักดูงาน”

Template Template
กองงานในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา ถนนราชวิถี เขตดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๓
โทรศัพท์ ๐๒-๒๘๐-๑๖๔๐-๑ โทรสาร ๐๒-๒๘๐-๑๖๓๙
Send e-mail to Webmaster

Template Template Template