หนังสือพระราชนิพนธ์
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี



พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2532
ประเทศ นอร์เวย์ เดนมาร์ก
กลับไปหน้าที่แล้ว

คืนฟ้าใส


     พระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๙ จากบันทึกการเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรนอร์เวย์ และราชอาณาจักรเดนมาร์ก ระหว่างวันที่ ๑๗- ๒๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๒ พระราชดำริเกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้ ได้ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในคำนำว่า

     “หลังจากเคร่งเครียดกับการดูงานวิชาการ ดังที่ได้พรรณนาไว้ในหนังสือ “ปริศนาดวงดาว” แล้ว ในปีเดียวกันยังได้ไปประเทศนอร์เวย์ นับเป็นประสบการณ์ที่ดีคือได้ศึกษาพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหนือเส้นอาร์กติก ดินฟ้าอากาศช่วงนี้สว่างกระจ่างแจ้ง จึงเป็นที่มาของชื่อหนังสือ “คืนฟ้าใส”

     ข้าพเจ้าได้ไปนอร์เวย์ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ถึงจะเป็นระยะเวลาอันสั้น ก็พยายามสังเกตความเป็นไปของประเทศเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งในด้านกายภาพ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง พอที่จะเป็นบันทึกไว้ได้ เมืองหลายเมืองที่ข้าพเจ้าไปถึง เป็นเมืองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จพระราชดำเนินเมื่อ ๘๐ ปีมาแล้ว ได้อ่านในพระราชนิพนธ์ “ไกลบ้าน” จึงขออัญเชิญพระราชนิพนธ์มาลงพิมพ์ไว้ด้วยเพื่อท่านผู้อ่านจะได้เปรียบเทียบอย่างชัดเจนด้วยตนเองว่าในเวลาเกือบศตวรรษ มีสิ่งใดที่คงอยู่อย่างเดิม หรือเปลี่ยนไปเช่นใด”

     ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ ได้ประทับเครื่องบินพระที่นั่งจากกรุงเทพ ฯ เสด็จ ฯ ไปยังกรุงโคเปนเฮเกน ราชอาณาจักรเดนมาร์ก จากนั้นประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จ ฯ ไปยังกรุงออสโล ราชอาณาจักรนอร์เวย์ เสด็จ ฯ ไปทอดพระเนตรสถานที่ที่น่าสนใจต่าง ๆ  ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ทรงฟังการบรรยายเกี่ยวภูมิสัณฐานและธรณีวิทยาของนอร์เวย์ ทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์แร่ ซากดึกดำบรรพ์ต่าง ๆ ภูเขาโฮลเมนคอลเลน ซึ่งเป็นสถานที่กระโดดสกีที่มีชื่อเสียงและมีพิพิธภัณฑ์สกี  ศูนย์การศึกษาเพื่อบุคคลตาบอดและสายตาไม่ปรกติ ทอดพระเนตรกิจกรรมการสอนนักเรียน และการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ การฝึกงานซึ่งเป็นส่วนของอาชีวบำบัด บริษัท นอร์สก์ ไฮโดร ซึ่งมีกิจการเกี่ยวกับการผลิตปุ๋ย กิจการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

     เสด็จ ฯ ไปเฝ้าพระเจ้าโอลาฟ ณ พระราชวังหลวง แล้วโดยเสด็จ ฯ ไปยังพระราชวังฤดูร้อน ซึ่งพระเจ้าโอลาฟพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารกลางวัน ต่อจากนั้น เสด็จ ฯ ไปทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง พิพิธภัณฑ์พื้นเมือง (Folk Museum) ทอดพระเนตรนิทรรศการภายนอกอาคาร มีบ้านชาวนาแบบต่าง ๆ ที่นิยมปลูกหญ้าไว้บนหลังคาเพื่อป้องกันไม่ให้หลังคาปลิว และบางครั้งชาวนาก็นำแพะขึ้นไปกินหญ้าบนนั้น  ทรงพระดำเนินทอดพระเนตรทัศนียภาพอาณาบริเวณโดยรอบซึ่งมีทุ่งหญ้า ภูเขา ป่าไม้ มีโรงเรียนโบราณ โบสถ์โบราณสมัย ค.ศ. ๑๒๐๐

     เสด็จ ฯ ไปทรงเยี่ยมมหาวิทยาลัยเกษตรที่เมืองออส ซึ่งเมืองนี้เคยเป็นดินแดนใต้ธารน้ำแข็งมาก่อน เมื่อหมดยุคน้ำแข็ง น้ำทะเลเข้ามาท่วม พอน้ำแห้งพื้นดินจึงกลายเป็นพื้นที่เกษตรที่อุดมสมบูรณ์มาแต่ยุคโบราณ ทรงฟังการบรรยายเกี่ยวกับความเป็นมาของมหาวิทยาลัยและการพัฒนาการเกษตรของนอร์เวย์ ทอดพระเนตรกิจการโคนม แผนกสัตวบาล และภาควิชาต่าง ๆ

     เสด็จ ฯ ไปยังเมืองทรอนไฮม์ ระหว่างทางทรงแวะเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ดนตรีริงเว ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเครื่องดนตรีจากทั่วโลก ทอดพระเนตรโบสถ์นีดารอส ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จ ฯ มาทอดพระเนตร โบสถ์นี้เป็นสถานที่สำคัญหลายประการ คือเป็นที่ฝังศพเซนต์โอลาฟ กษัตริย์ไวกิ้งที่เข้ารีตนับถือคริสต์ศาสนา เป็นสถานที่ประกอบพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์นอร์เวย์หลายพระองค์ เป็นที่เก็บและจัดแสดงเครื่องราชกกุธภัณฑ์ และมีออร์แกนที่ใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย คือมีท่อถึง ๙,๐๐๐ ท่อ เสด็จ ฯ ไปยังมูลนิธิการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการอุตสาหกรรม  ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเหนือและดำเนินงานโดยไม่คิดหวังผลกำไร มีขอบข่ายงานศึกษาวิจัยด้านต่าง ๆ อาทิ สภาพแหล่งน้ำ การกำจัดน้ำเสีย การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การป้องกันน้ำท่วมและการกัดเซาะ เป็นต้น

     จากนั้น ประทับเครื่องบินพระที่นั่งจากเมืองทรอนไฮม์ ซึ่งอยู่ในเขตอบอุ่น (Temperate Zone) คือบริเวณที่อยู่ระหว่างเส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ ๒๓ ๑/๒  องศาเหนือ) กับเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล (๖๖ ๑/๒ องศาเหนือ) เสด็จ ฯ  ไปยังเมืองทรอมซือ ซึ่งเป็นการบินข้ามเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล (๖๖ ๑/๒ องศาเหนือ) เข้าสู่เขตอาร์กติก

     ณ เมืองทรอมซือ เสด็จ ฯ ไปทอดพระเนตรท้องฟ้าจำลอง (Planetarium) ทอดพระเนตรการแสดงความเป็นมาของแสงเหนือ (Northern Lights) และชีวิตบริเวณขั้วโลกเหนือ ทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์ทรอมซือ ซึ่งจัดแสดงชีวิตในนอร์เวย์ทางเหนือสมัยก่อน  และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวแล้ป (Lapps) ซึ่งนิยมเลี้ยงกวางเรนเดียร์ไว้เป็นสัตว์เศรษฐกิจ และเป็นเครื่องแสดงฐานะความร่ำรวยของเจ้าของ

     เสด็จ ฯ ไปยังเมืองโฮนนิงสโว้ก ประทับเรือยนต์พระที่นั่ง ทอดพระเนตรทิวทัศน์ มีภูเขาหิน บางช่วงมีน้ำตกเล็ก ๆ ไหลลงทะเล ทอดพระเนตรวิธีการตกปลาของชาวนอร์เวย์ ซึ่งไม่ใช้คันเบ็ด แต่ใช้เชือกพลาสติกหย่อนลงไปในทะเล ปลายเชือกมีตะขอหลายตะขอ มีพลาสติกสีแดงอยู่เหนือตะขอเพื่อล่อปลาให้มางับตะขอ ส่วนใหญ่เป็นปลาค้อด และปลา Coal Fish หรือมีอีกชื่อว่า Rock Salmon ทอดพระเนตรเกาะนก ซึ่งมีนกนางนวลจำนวนมาก  

     เสด็จ ฯ ไปทอดพระเนตรโบสถ์ประจำเมืองทรอมซือ สร้างขึ้นใน ค.ศ. ๑๘๘๕ เสด็จ ฯ บริษัท FRIONOR ทำกิจการจับปลา แปรรูปเป็นปลาแช่แข็ง และส่งขายทั่วโลก  เสด็จ ฯ พิพิธภัณฑ์นอร์ดแคป ทอดพระเนตรนิทรรศการท้องถิ่นประกอบแผนที่ จัดแสดงวิธีการถนอมอาหารของท้องถิ่นคือการทำปลาแห้ง  และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงสมัยก่อน
 

     เสด็จ ฯ ไปทรงเปิดศาลาไทยที่  Nordkapp Plateau มีห้องเก็บหินที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยไว้ และจัดแสดงเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับการเสด็จ ฯ ในครั้งนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบันทึกถึงการเสด็จ ฯ นอร์ดแคป ความตอนหนึ่งว่า

     “...การเยือนนอร์ดแคปของข้าพเจ้าเป็นไปอย่างง่าย ๆ เพียงได้ไปถึงที่ที่สูงสุดคือ ๗๑ องศา ๑๐ ลิปดา ๒๑ พิลิปดา ตัวเลขนี้เขียนไว้ที่ของที่ระลึกทุก ๆ อย่าง โปสการ์ดก็มีเขียนไว้ ข้าพเจ้าส่งการ์ดถึงใคร ๆ ที่นี่ เพราะจะได้มีปั๊มตรา Nordkapp เขาออกตราปั๊มพิเศษวันเปิดศาลาไทยสำหรับซองจดหมาย

     พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทางเรือ แล้วปีนหน้าผาขึ้นมา การปีนต้องทำได้ยากมาก เพราะหินร่วน แตกกะเทาะง่าย ในพระราชนิพนธ์ “ไกลบ้าน” ก็ได้มีพระราชวิจารณ์ในเรื่องนี้...”

     วันต่อมา เสด็จ ฯ ไปทรงสำรวจพื้นที่ ซึ่งอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบทุนดรา เสด็จ ฯ ผ่านเส้น ๗๑ องศา ทอดพระเนตรทัศนียภาพที่ราบสูงนอร์ดแคป ลักษณะหินซึ่งเป็นหินอายุน้อยคือ ๔๐๐ ล้านปี ส่วนใหญ่เป็นหินปูน ระบบพืชบนหินปูนซึ่งแตกต่างจากที่อื่น ความเป็นอยู่และกระโจมของชาวแล้ป หมู่บ้านประมง สการ์สโว้ก

     เสด็จ ฯ ไปยังเมืองเบอร์เกน เป็นเมืองท่าใหญ่และเมืองการค้าที่สำคัญของนอร์เวย์ ประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังเมือง Voss ผ่านเส้นทางที่มีอุโมงค์เจาะผ่านภูเขามาก ทรงแวะที่เมืองฮาร์ดังเกอร์ ซึ่งเป็นฟยอร์ดใหญ่ มีน้ำตกสวยงามและน้ำเย็นมากเพราะเป็นน้ำที่มาจากหิมะละลาย เส้นทางที่เสด็จ ฯ เลียบทางรถไฟ ภูเขาสูงและลำธารน้ำเชี่ยว ภูเขาสูงเกินเส้นหิมะ (Snowline) ไม่มีต้นไม้ขึ้น เสด็จ ฯ ไปยังโรงแรมสตาลไฮม์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จ ฯ มาทอดพระเนตรทัศนียภาพที่มีลักษณะสวยงามแปลกตา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้ทรงวาดภาพไว้ ชื่อว่า “ทางวกวน, นอร์เวย์ ” เมือง Voss นี้ เป็นที่แบ่งน้ำระหว่างน้ำที่จะไหลไปออสโลและเบอร์เกน ด้วยบริเวณนี้มีน้ำและน้ำตกมาก  ภูมิประเทศที่สวยงามจึงมีนักท่องเที่ยวมากมายมาตั้งแต่สมัยโบราณ

     เสด็จ ฯ ต่อไปยังเมืองกุดวางเกน ข้ามเขตมณฑลเข้าเขตมณฑล Sogn og Fjordane ทอดพระเนตรภูมิประเทศที่สวยงาม มีภูเขา ลำธารน้ำเชี่ยวเป็นแก่ง น้ำตกจำนวนมากจนทรงมีพระราชปรารภว่า  “...กล่าวโดยสรุปน้ำตกที่เห็นวันนี้วันเดียวมีจำนวนมากกว่าน้ำตกที่ข้าพเจ้าเคยเห็นมาตลอดชีวิต...”  ต่อมา เสด็จ ฯ ไปยังท่าเรือกุดวางเกน ประทับเรือยนต์พระที่นั่ง ทอดพระเนตรทัศนียภาพ Naeroyfjord คำว่า Naeroy มีความหมายว่า แคบ สองฟากฟยอร์ดเป็นผาชัน และ Sogne fjord เป็นฟยอร์ดที่สำคัญ มีน้ำลึกนับพันเมตร และเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำผ่านแสงไฟแรงสูงยาวถึง ๖ กิโลเมตร ทอดพระเนตรธารน้ำแข็งจากระยะไกล เสด็จ ฯ ถึงโรงแรม Kvikne’s Hotel อยู่ที่เมือง Balestrand เป็นโรงแรมเก่าแก่ ทรงพระดำเนินทอดพระเนตรตัวเมือง ซึ่งได้ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ว่า

      “...ข้าพเจ้าชอบดูบ้านนอร์เวย์มาก เป็นบ้านไม้ทาสีต่าง ๆ มีสวนเล็ก ๆ อยู่ข้างหน้า เดินไปถึงโบสถ์เล็ก ๆ ทำด้วยไม้ตามศิลปะนอร์เวย์ คือหลังคาเป็นชั้น ๆ มีช่อฟ้า ตอนกลับมาเมืองไทย ข้าพเจ้าให้เพื่อน ๆ ดูรูปโสถ์นอร์เวย์ เพื่อนคนหนึ่งบอกว่าลักษณะคล้าย “จอง” โบสถ์ที่มีมากที่แม่ฮ่องสอน...”

     วันต่อมา เสด็จ ฯ โดยเรือยนต์พระที่นั่งไปยังเมือง Vangsnes ทอดพระเนตรโบสถ์ไม้โบราณในศาสนาคาทอลิก ชื่อ Stave Church สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. ๑๑๓๐ มีอายุมากกว่าประเทศนอร์เวย์สองเท่า มีเสาไม้เป็นหลักในการประกอบไม้ของอาคารทั้งหลัง  แล้วเสด็จ ฯ ไปยังเมือง Voss เพื่อประทับรถไฟพระที่นั่งต่อไปเมืองเบอร์เกน เสด็จ ฯ โดยเครื่องบินพระที่นั่งจากเบอร์เกนไปยังออสโล และเสด็จ ฯ ต่อไปเมืองคองสเบิร์ก โดยรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จ ฯ ไปยังบริษัทซิสสแกน มีระบบงานเกี่ยวกับการผลิตแผนที่ให้มีความถูกต้องสูง การบริหารใช้ระบบ LIS/GIS การศึกษาระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ และการเก็บข้อมูลโดยอัตโนมัติ เสด็จ ฯ ไปทรงเยี่ยมโรงกษาปณ์ พิพิธภัณฑ์เหมืองเงิน

     เสด็จ ฯ โดยเครื่องบินพระที่นั่งไปยังกรุงโคเปนเฮเกน ราชอาณาจักรเดนมาร์ก ทอดพระเนตร พระราชวังคริสเตียนบอร์ก ซึ่งสมเด็จพระบรมราชินีนาถยังทรงใช้รับรองแขก  ทอดพระเนตรภาพเขียนและห้องสมุดส่วนพระองค์